แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิต แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

16230-205-20 น้ำพึ่งเรือ...เสือพึ่งป่า..

น้ำพึ่งเรือ...เสือพึ่งป่า..

น้ำพึ่งเรือ...เสือพึ่งป่า หมายถึง เปรียบได้กับการที่ต่างฝ่ายต่างก็พึ่งพาอาศัยซึ่ง กันและกัน

ต้องสร้างความสมดุลย์ให้ได้ ประเทศชาติจะได้ก้าวเดินต่อไป แต่ถ้าอยู่ในวังวนเดิมๆ ก็ปล่อยให้มันเอียงยังงี้ต่อไปเรื่อยๆ หาบทสรุปในทางที่ดีที่สุด หยุดการโกงกิน คอรัปชั่น เอ้ายาวเลย ^^"

"
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โบราณว่า

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อัชฌาสัย

เราก็จิต คิดดูเล่า..เขาก็ใจ

ปลูกอื่นไย ปลูกไมตรี ดีกว่าพาล.."

16222-205-12 มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก หมายถึง คนพูดไม่อยู่กับร่องกับรอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่เรียกว่าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เป็นผู้ที่คนดูถูก ใครถูกกล่าวว่าเป็นมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก จะไม่มีใครเชื่อถือ
                                                                                                                       

16194-204-27 กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี

กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี  :   สำนวนคำพังเพยประโยคนี้เป็นสำนวนเก่า ซึ่งอาจจะมีมาจากครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้เพราะปรากฏมีหลักฐานในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนเถรกวาดแก้แค้นพลายชุมพลตอนหนึ่งด้วยว่า " คนดีไม่สิ้นอยุธยา " สำนวนนี้เป็นความหมาย ี้อธิบายอยู่ในตัวแล้ว " คนดี " ก็คือคนเก่งหรือผู้มีความสามารถในทางต่อสู้และความคิดอยู่พร้อม  อย่าชะล่าใจนักจักเสียที.

16168-204-2 เข็นครกขึ้นภูเขา

เข็นครกขึ้นภูเขา : สำนวนนี้ มักจะพูดกันว่า ''เข็นครกขึ้นภูเขา ''  กันส่วนมาก แต่แท้จริง '' ครก '' ต้องทำกริยา '' กลิ้ง '' ขึ้นไปจึงจะถูก กล่าวคำว่า '' เข็น '' แปลว่า เรื่องที่กำลังจะทำหรือจะทำให้สำเร็จบรรลุผลนั้น ยากลำบากแสนเข็ญมิใช่ของที่ทำได้ง่ายนักเปรียบได้กับ การกลิ้งครกขึ้นภูเขาไปสู่ยอดเขา
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก : แปลว่าหมดหนทางที่จะทำหรือไม่รู้จะทำอย่างไรดีหรือ เป็นการทำให้ตัดสินใจไม่ถูก เพราะจะไม่ทำลงไปก็ไม่ดี ทำลงไปก็ไม่ดีเป็นการยากที่จะตัดสินใจทำลงไปได้ง่าย เหมือนก้างปลาหรือเศษอาหารอะไรอย่างหนึ่ง เข้าไปติดอยู่กลางลำคอกลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก.

16204-204-37 กินน้ำใต้ศอก

กินน้ำใต้ศอก : หมายไปในทางที่ว่าถึงจะได้อะไรสักอย่างก็ไม่เทียมหน้าหรือไม่เสมอหน้าเขา เช่นหญิงที่ได้สามี แต่ต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย   ก็เรียกว่า "กินน้ำใต้ศอกเขา" ที่มาของสำนวนนี้ คนในสมัยก่อนอธิบายว่า คนหนึ่งเอาสองมือกอบน้ำมากิน มากิน อีกคนหนึ่งรอหิวไม่ไหวเลยเอาปากเข้าไปรองน้ำที่ไหลลงมาข้อศอก ของคนกอบน้ำกินนั้นเพราะรอหิวไม่ทันใจ.

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

16209-204-42 กินปูนร้อนท้อง

กินปูนร้อนท้อง : สำนวนนี้มาจากตุ๊กแก ว่ากันว่า ตุ๊กแกที่กินปูน (ปูนแดงที่กินกับหมากพลู )
มักจะทำอาการกระวนกระวาย ส่งเสียงร้องแกร็กๆ เหมือนอาการร้อนท้องหรือปวดท้อง
จึงนำเอามาเปรียบกันคนที่ทำพิรุธหรือทำอะไรไว้ไม่อยากให้ใครรู้แต่เผอิญมีใครไปแคะได้ หรือเรียบเคียงเข้าหน่อยทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เจตนาเจาะจงแต่ตัวเอง ก็แสดงอาการเป็นเชิงเดือดร้อนออกมาให้เขารู้ สำนวนนี้มักพูดกันว่า  "  ตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง  ".



16080-204-24 ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ



ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ


\
  ที่มา          จากการกระทำหรือกิริยาอาการของมนุษย์
  ความหมาย     การกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สมดุลกัน   หรือ   ใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย  เช่น  ลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่  ซึ่งต้องใช้เงินมากๆ  ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย  ต้องสูญทุนไปเปล่าๆ  เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว   เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่  เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้น  ไม่ทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น  เสียน้ำพริกไปเปล่า
มนุษย์เราคิดการใหญ่มักลงทุน            ช่วยอุดหนุนทุ่มทุนมหาศาล
เกิดกำหนดอัตรางบประมาณ               ไม่คาดการณ์ล่วงหน้ามุ่งทำไป
ผลที่ได้กลับไม่ได้ดั่งใจคิด               คาดการณ์ผิดงานล่มสุดแก้ไข
ต้องมลายกลายเป็นศูนย์ไม่สมใจ            ภาษิตไทยตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเอย

16205-204-38 สุภาษิตสอนใจ

คำพังเพย คือ ถ้อยอุปมาที่กล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราวหรือ
ความเป็นไปในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ และจดจำเป็นอย่างยิ่ง

กลิ้งครกขึ้นภูเขา : สำนวนนี้ มักจะพูดกันว่า ''เข็นครกขึ้นภูเขา ''  กันส่วนมาก แต่แท้จริง '' ครก '' ต้องทำกริยา '' กลิ้ง '' ขึ้นไปจึงจะถูก กล่าวคำว่า '' เข็น '' แปลว่า เรื่องที่กำลังจะทำหรือจะทำให้สำเร็จบรรลุผลนั้น ยากลำบากแสนเข็ญมิใช่ของที่ทำได้ง่ายนักเปรียบได้กับ การกลิ้งครกขึ้นภูเขาไปสู่ยอดเขา

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก : แปลว่าหมดหนทางที่จะทำหรือไม่รู้จะทำอย่างไรดีหรือ เป็นการทำให้ตัดสินใจไม่ถูก เพราะจะไม่ทำลงไปก็ไม่ดี ทำลงไปก็ไม่ดีเป็นการยากที่จะตัดสินใจทำลงไปได้ง่าย เหมือนก้างปลาหรือเศษอาหารอะไรอย่างหนึ่ง เข้าไปติดอยู่กลางลำคอกลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก.

กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ : สำนวนพังเพยนี้ มาจากการคั่วถั่วกับงาในกระทะเดียวกัน ถั่วเป็นของสุกช้างาสุกเร็วมัวรอไห้ถั่วสุก งาก็ไหม้เสียก่อน สำนวนนี้หมายถึงการทำอะไรสองอย่างพร้อมกันหรือทำอะไรสักอย่างที่ไม่รอบคอบ มัวคิดแต่จะได้ทางหนึ่งต้องเสียทางหนึ่งในความหมายอีกแง่ก็แปลว่าการทำอะไรมัวรีรออยู่ ไม่รีบลงมือทำเสียแต่แรกครั้นพอลงมือจะทำ ก็ไม่ทันการเสียแล้วเพราะคนอื่นเขาเอาไปทำเสียก่อน.

 กำขี้ดีกว่ากำตด : ความหมายว่า ได้ในสิ่งที่เห็นหรือเป็นของได้แน่ ดีกว่าคิดอยากได้ในสิ่งหรือของที่ไม่เห็นเหมือนไม่มีตัวตน การกินการอยู่ใครไม่สู้พ่อ การพายการถ่อพ่อไม่สู้ใคร : สำนวนนี้อธิบายความหมายอยู่ในตัวแล้วแสดงว่า เรื่องกินแล้วเก่งจนไม่มีใครสู้แต่ถ้าเรื่องงานแล้วยอมแพ้ ซึ่งแปลว่าขี้เกียจนั้นเอง.

 กินที่ลับไข่ที่แจ้ง : สำนวนนี้ มีความหมายไปในทำนองที่ว่า ทำอะไรไว้ในที่ลับแล้วอดปากไว้ไม่ได้เอามาเปิดเผย ให้คนทั้งหลายรู้เพื่อจะอวดว่าตนกล้าหรือสามารถทำอย่างนั้นได้โดยไม่กลัวใครผิดกฎหมาย อะไรทำนองนั้นหรือไม่กลัว
 กินน้ำใต้ศอก : หมายไปในทางที่ว่าถึงจะได้อะไรสักอย่างก็ไม่เทียมหน้าหรือไม่เสมอหน้าเขา เช่นหญิงที่ได้สามี แต่ต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย   ก็เรียกว่า "กินน้ำใต้ศอกเขา" ที่มาของสำนวนนี้ คนในสมัยก่อนอธิบายว่า คนหนึ่งเอาสองมือกอบน้ำมากิน มากิน อีกคนหนึ่งรอหิวไม่ไหวเลยเอาปากเข้าไปรองน้ำที่ไหลลงมาข้อศอก ของคนกอบน้ำกินนั้นเพราะรอหิวไม่ทันใจ
.
 กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา : แปลว่าคนที่เนรคุณคนเปรียบได้กับคนที่อาศัยพักพิงบ้านเขาอยู่แล้ว คิดทำมิด ีมิชอบให้เกิดขึ้นภายในบ้านนั้น ทำให้เจ้าของบ้านที่ให้อาศัยต้องเดือดร้อนคนโบราณเอาลักษณะของแมวที่ไม่ดี คือกินแล้วไม่ขี้ให้เป็นที่กลับขึ้นไปขี้บนหลังคาให้เป็นที่สกปรกเลอะเทอะเพราะคนสมัยก่อนต้องการให้หลังคาสะอาดเพื่อรองน้ำฝนไว้กิน
จึงเอาแมวชั่วนี้ มาเปรียบเทียบกับคนชั่วที่ไม่รู้จักบุญคุณคน
.
 กินปูนร้อนท้อง : สำนวนนี้มาจากตุ๊กแก ว่ากันว่า ตุ๊กแกที่กินปูน (ปูนแดงที่กินกับหมากพลู )
มักจะทำอาการกระวนกระวาย ส่งเสียงร้องแกร็กๆ เหมือนอาการร้อนท้องหรือปวดท้อง
จึงนำเอามาเปรียบกันคนที่ทำพิรุธหรือทำอะไรไว้ไม่อยากให้ใครรู้แต่เผอิญมีใครไปแคะได้ หรือเรียบเคียงเข้าหน่อยทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เจตนาเจาะจงแต่ตัวเอง ก็แสดงอาการเป็นเชิงเดือดร้อนออกมาให้เขารู้ สำนวนนี้มักพูดกันว่า  "  ตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง  ".

 กินน้ำเห็นปลิง : แปลว่า สิ่งใดที่ต้องการ ถ้าสิ่งนั้นมีสิ่งที่น่ารังเกียจ หรือไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้รังเกียจหรือตะขิดตะขวงใจไม่อยากได้
เปรียบดังที่ว่าปลิงเป็นสัตว์น่ารังเกียจอยู่ในน้ำ เวลากินน้ำมองเห็นปลิงเข้าก็รู้สึกรังเกียจขยะแขยงไม่อยากกิน
สำนวนนี้มีนักเขียนเอามาเขียนเอามาตั้งเป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่ง.

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

16246-205-37 รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี


สุภาษิตคำพังเพย
รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี


 จะเลี้ยงดูลูกให้ดีต้องดูแลใกล้ชิด  ไม่ปล่อยปละละเลย
สำนวนนี้บางทีใช้ว่า  "รักวัวให้ผูก  รักลูกให้เฆียน"
ตัวอย่าง
"พ่อแม่บ้านนั้นเขาดีนะ  ไม่เคยให้ท้ายลูกเลย  เวลาลูกทำผิด
ก็ว่ากล่าวตักเตือนหรือลงโทษ  เข้าทำนอง รักวัวให้  รักลูกให้ตี"

 เมื่อคนที่เป็นพ่อแม่คน ต้องตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปเกี่ยวกับลูก เพราะสิ่งที่จะส่งผลตามมาคือ "ความเสียใจ" ทีไม่อาจนำกลับคืนมาได้ ทั้งคนที่เป็นพ่อแม่ และตัวของลูกเอง